สมการ $t^2 - pt + q = 0$ มีราก $a, b$ ดังนั้น $a+b = p$ และ $ab = q$ อ่านค่าได้ทันทีโดยไม่ต้องแก้สมการ
$a^3+b^3 = (a+b)^3 - 3ab(a+b)$
เมื่อได้ $a+b$ และ $ab$ จาก Vieta แล้ว แทนเข้า identity เพื่อหา $a^3+b^3$ จากนั้นนิพจน์ $\dfrac{a^3+b^3}{a+b}$ ก็ลดรูปได้ง่าย
โดย Vieta's formulas: $a+b=12,\quad ab=1$
แกนสมมาตรของ $ax^2+bx+k$ อยู่ที่ $x = -\dfrac{b}{2a}$ ตั้งให้เท่ากับ $3$ จะได้ $b$ ในรูปของ $a$
จุด $(0, \ldots)$ พิเศษตรงที่ทุก term ที่มี $x$ หายไปหมด ทำให้หา $k$ ได้ทันที
จากนั้นแทนจุดที่สองพร้อมกับ $b$ และ $k$ ที่รู้แล้ว สมการจะเหลือ $a$ ตัวเดียว
$-\dfrac{b}{2a}=3\Rightarrow b=-6a$
ผ่าน $(0,438)$: $k=438$ ผ่าน $(3,465)$: $-9a=27\Rightarrow a=-3$
$\displaystyle\int_a^b f'(x)\,dx = f(b) - f(a)$
แปลว่าไม่ต้องหาปฏิยานุพันธ์เลย แค่แทนขอบเขตลงใน $f$ โดยตรงแล้วลบกัน
แปลง $\displaystyle\int_0^1 f'(x)\,dx$ ให้อยู่ในรูป $f(1) - f(0)$ แล้วนิพจน์ทั้งหมดจะเขียนได้ในรูปของ $f(1)$ และ $f(0)$ เพียงสองค่า
$\displaystyle\int_0^1 f'(x)\,dx=f(1)-f(0)=8012-8001=11$
ใช้ $\cos\theta = \cos(2\pi - \theta)$ ลองแทน $\theta = \frac{8\pi}{7}$ แล้วดูว่าได้ $\cos$ ของมุมใดที่ปรากฏใน $x$ อยู่แล้ว
$\cos\dfrac{2\pi}{7}+\cos\dfrac{4\pi}{7}+\cos\dfrac{6\pi}{7} = -\dfrac{1}{2}$
ผลลัพธ์นี้มาจากการที่ผลรวม real part ของรากที่ 7 ของ 1 ทั้งหมด (ยกเว้น $1$) เท่ากับ $-1$ และคู่ที่เป็น conjugate มีค่า cosine เท่ากัน
$\cos\frac{8\pi}{7}=\cos\frac{6\pi}{7}$ ดังนั้น $x=-\frac{1}{2}$
"เขาไม่รู้คำตอบแม้แต่ข้อเดียว แต่ก็กาทุกข้อโดยไม่ลังเล"
นักเรียนคนหนึ่งเจอข้อสอบปรนัย $50$ ข้อ $5$ ตัวเลือก ตอบถูก $+12$ คะแนน ตอบผิด $-1$ คะแนน มีโบนัสตั้งต้น $+27$ คะแนน เขาสุ่มกาทุกข้ออย่างอิสระและสม่ำเสมอ
ถ้า $S$ คือคะแนนรวมที่คาดหวัง
$$E[S] = \;?$$$E[\text{ต่อข้อ}] = \dfrac{1}{k} \cdot w + \dfrac{k-1}{k} \cdot (-p)$
โอกาสถูกเมื่อสุ่มสม่ำเสมอจาก $k$ ตัวเลือกคือ $\frac{1}{k}$ และโอกาสผิดคือ $\frac{k-1}{k}$ แทนค่า $w$, $p$, $k$ ของโจทย์เข้าไปเพื่อหา $E$ ของแต่ละข้อ
โดย linearity of expectation: $E[S] = n \cdot E[\text{ต่อข้อ}] + B$
คูณ $E$ ต่อข้อด้วยจำนวนข้อ แล้วบวกโบนัส
นับก่อนว่ามีจำนวนคี่กี่ตัวใน $\{1,\ldots,20\}$ แล้วใช้สูตร: ผลรวมของ $n$ จำนวนคี่แรก $= n^2$
ระบุจำนวนที่ $4 \mid k$ ใน $A$ มีอยู่เพียงไม่กี่ตัว บวกโดยตรงได้เลย ไม่ต้องใช้สูตร
ผลรวมจำนวนคี่ $=1+3+\cdots+19=100$
ผลรวมที่ 4 หารลงตัว $=4+8+12+16+20=60$
$P(n)$ เป็นจริงเมื่อ $n$ เป็นเฉพาะ หรือ คู่ ดังนั้นใช้:
$|A \cup B| = |A| + |B| - |A \cap B|$
ระวัง: มีจำนวนที่เป็นทั้งเฉพาะและคู่พร้อมกันได้ มีอยู่กี่ตัวในช่วง $[1,100]$?
จำนวนเฉพาะใน $[1, 100]$ มี 25 จำนวน และจำนวนคู่มี 50 จำนวน
จำนวนเฉพาะ 25 จำนวน, คู่ 50 จำนวน, ตัดซ้ำ (2) $\Rightarrow |\mathcal{S}|=74$
เส้นสัมผัส $y = f(x)$ ที่ $x = a$ คือ $y = f'(a)(x-a) + f(a)$
คำนวณ $f(2)$ และ $f'(2)$ แล้วแทนเพื่อสร้างสมการเส้นตรง จากนั้นหาจุดตัดแกน $y$ โดยแทน $x = 0$ เพื่อได้ $c$
ใช้ FTC: $\displaystyle\int_0^3 f'(x)\,dx = f(3) - f(0)$ ลองคำนวณ $f(3)$ และ $f(0)$ แล้วสังเกตผลที่ได้
$f(2)=91,\;f'(2)=-3\;\Rightarrow\; y=-3x+97\;\Rightarrow\;c=97$
$I$ เป็น Bose-Einstein integral รูปมาตรฐาน: $\displaystyle\int_0^\infty \frac{x^{n-1}}{e^x-1}\,dx = \Gamma(n)\,\zeta(n)$
สำหรับโจทย์นี้ $n = 4$ → หา $\Gamma(4)$ และ $\zeta(4)$ แล้วคูณกัน
$J = \displaystyle\int_0^1 \frac{\ln(1+x)}{x}\,dx$ กระจาย $\ln(1+x)$ เป็น power series แล้วอินทิเกรตทีละพจน์ จะได้ series ที่เกี่ยวกับ $\zeta(2)$
$B(m,n) = \displaystyle\int_0^1 x^{m-1}(1-x)^{n-1}\,dx = \dfrac{(m-1)!\,(n-1)!}{(m+n-1)!}$
เขียน $I_n$ ในรูป $B(\ ,\ )$ โดยจับคู่ exponent กับนิยาม Beta function
แทน $I_n$ ที่ได้ลงใน $a_n = \dfrac{(2n+1)!}{(n!)^2}\,I_n$ แล้วดูว่าเกิดอะไรขึ้น